เพราะปลูกจากป่า ผักเราจึงสุขภาพแข็งแรง

ผักสดไร้สารเคมีจากวิถีธรรมชาติ 100% ส่งตรงจากเชียงราย
“คนปลูกปลอดภัย คนกินมั่นใจ”

  • ผักที่ซื้อมาจะมีสารเคมีตกค้างหลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า?
  • ผักในถุงที่มีเครื่องหมายและสัญลักษณ์ตีตรามากมายว่าปลอดภัย มันปลอดภัยจริงไหม?
  • กินเข้าไปแล้วจะส่งผลอะไรต่อร่างกายในระยะยาวหรือไม่?
  • ผักที่กินจะช่วยทำให้ร่างกายดีขึ้นจากโรคที่เป็นอยู่ได้ไหม?
  • อยากกินผักที่ปลูกแบบใกล้ชิดธรรมชาติที่สุดจะหาได้จากที่ไหน?
  • เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผักที่เรากินกันอยู่ในทุกๆวัน ไร้สารเคมีจากการปลูกในทุกขั้นตอนจริงๆ?

จากความสงสัย ความกังวลใจทั้งหมด เราจึงเสาะแสวงหาผักที่กินแล้วปลอดภัยที่สุด
แต่สิ่งแรกที่พบ คือ มีผัก 2 ชนิดที่ได้รับการรับรองให้เป็นผักปลอดสารพิษ ได้แก่

และผักทั้ง 2 ชนิดนั้น
"ปลูกและดูแลด้วยยาฆ่าแมลง"

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด!
ถึงแม้ชื่อของมันจะบอกว่า “ปลอดสารพิษ” และ “ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ”
แต่ที่จริงแล้วผักเหล่านั้นมีการใช้ยาฆ่าแมลงและกำจัดศัตรูพืช
ในกระบวนการปลูกเป็นเรื่องปกติ

        เพียงแค่ว่าสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่ใช้จะต้องไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด
และในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวจะต้องงดใช้สารเคมีทุกชนิด

       เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ปริมาณสารพิษเหล่านั้นจะได้หายไปจนหมด
จนกระทั่งสามารถกินได้ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

แต่มันเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า?

เพราะในการสำรวจครัวเรือนที่ทำเกษตรกรรม โดยใช้สารเคมีในการปลูกพืชผักทุกครั้ง
แสดงให้เห็นว่า “คนปลูก” ได้รับผลกระทบจนเป็นโรคต่างๆมากมาย

และในการสำรวจผักตามท้องตลาดโดยกรมอนามัยทุกปี
ก็พบผักกว่า 10 ชนิด ที่มียาฆ่าแมลงตกค้างในปริมาณสูงเกินกำหนด
ทั้งกวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี

ของโปรดเราทั้งนั้นเลยครับ! 

จากข้อมูลที่คุณอ่านมา มันคือจุดเริ่มต้นของ…

“บ้านนาทีแสง เชียงราย”

ในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กับความสูง 550 เมตร จากระดับน้ำทะเล
บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผืนป่าและเนินเขาสลับสูงต่ำ

ห้อมล้อมแปลงผักของเรารวมกว่า 250 แปลง กินพื้นที่เพาะปลูกรวม 15 ไร่
อยู่ห่างไกลจาก ชุมชนและพื้นที่ทำเกษตรกรรมของชาวบ้าน

สภาพพื้นที่ คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจอยากจะปลูกผักครับ 

เราได้แบ่งพื้นที่ปลูกผักออกเป็น 3 พื้นที่

ที่มีสภาพแวดล้อมและความเหมาะสมกับผักต่างชนิด ต่างฤดูกาลกันออกไป

โซนตายาย เป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ที่สุดในที่ของเรา มีเนินเขาขนาบข้างทั้งสองฝั่ง
อีกทั้งยังมีบึงน้ำเล็กๆสองบึงอยู่รอบๆ แปลงผักทั้งหมดจะเป็นแปลงแนวราบ
ช่วงฤดูร้อน จะมีอากาศถ่ายเทอยู่ตลอด ในฤดูฝน อาจจะมีลมและฝนพัดผ่านแรงมากกว่า
ส่วนหน้าหนาวอากาศจะเย็น ไม่ชื้นหรือแห้งจนเกินไป
เหมาะกับผักกลุ่มคะน้า กวางตุ้ง ผักโขม ผักชี ต้นหอม ปวยเล้ง และสลัดทุกชนิด
นอกจากนั้นยังมีตั้งโอ๋ที่สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูหนาว 

โซนผาหิน เป็นพื้นที่เนินเขารกร้างที่ไม่ใช่ป่า มีความลาดชันพอสมควร มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาเยอะ
ซึ่งเราได้ปรับพื้นที่ทั้งหมดให้เป็นแปลงผักแบบขั้นบันได โรงเรือนและเรือนเลี้ยงไก่
พื้นที่โดยรอบติดกับป่าและเนินเขาซึ่งส่วนมากเป็นหิน
จึงมักจะมีปัญหาเรื่องแมลงศัตรูพืชมากที่สุด อากาศจะถ่ายเทได้น้อย
เพราะเหมือนอยู่ในหุบเขา ในช่วงฤดูร้อนก็อากาศจะร้อนอบอ้าว
แต่ช่วงฤดูฝนจะไม่ค่อยเจอลมฝนรุนแรง ส่วนฤดูหนาวก็จะเย็นมากกว่าพื้นที่อื่น
เหมาะกับพวก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก พริก มะเขือ กระเจี๊ยบเขียว ข้าวโพดหวาน
ผักที่ชอบร่มหรือแดดรำไร
นอกจากนั้นยังมีผักขึ้นค้างหรือผักเลื้อย เช่น ถั่วพู ถั่วแขก มะระจีน เป็นต้น 

โซนหางหมู เป็นพื้นที่ราบที่อยู่ท่ามกลางเนินป่าเขาที่มีต้นไม้มาก
ดินจะมีความชื้นแฉะมากกว่าปกติ เพราะอยู่ใกล้ลำธารเล็กๆที่ไหลผ่านไปยังบึงน้ำซึ่งอยู่ใกล้กัน
ในช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศถ่ายเท ไม่อบอ้าวจนเกินไป
ฤดูฝนจะมีความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ส่วนฤดูหนาวอากาศก็จะเย็นสบาย
เหมาะกับกลุ่มผักที่กินหัว อายุการปลูกยาว และต้องการอากาศค่อนข้างเย็น
เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักบุ้งจีน ฟักทอง บัตเตอร์นัท เป็นต้น

แน่นอนครับ…
ว่าการปลูกผักท่ามกลางป่าและธรรมชาติแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อเรา

ไม่ต้องการใช้สารเคมีใดๆในทุกขั้นตอนและกระบวนการปลูก

ผักก็ต้องต่อสู้กับศัตรูตามธรรมชาติด้วยตัวของมันเอง
ยังไม่รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน ยากต่อการคาดเดาและควบคุมอีกด้วย

เราพบการระบาดของศัตรูพืชมากมาย จนทำให้ในช่วงแรก
ผักที่ปลูกแทบไม่เหลือรอดมาให้เก็บกิน บางฤดูกาลโดยเฉพาะฤดูฝน
เราเก็บเกี่ยวผักได้เฉลี่ยแค่ 30% เท่านั้น
ลองคิดแบบง่ายๆ

ปลูก 100 ต้น เก็บเกี่ยวได้แค่ 30 ต้น!

หรือในบางครั้งผักเสียหายทั้งแปลง ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้เลยก็มี
และจากสถิติการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเราในแต่ละปี มีค่าเฉลี่ยออกมาแบบนี้ครับ

จึงหายสงสัยเลยว่า...
ทำไมผักส่วนใหญ่ ถึงต้องปลูกโดยใช้สารเคมี
จะใช้มากหรือน้อย เราไม่มีทางรู้ได้เลยจริงๆ

ซึ่งใครๆก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…

คำตอบมันมีแค่คำตอบเดียวครับ…

เพราะมันคือสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะทำจริงๆ

เหตุผลปลีกย่อยมีอยู่ในย่อหน้าแรกครับ มันไม่มีอะไรซับซ้อน
ซึ่งเราใช้เวลาเกือบ 3 ปี ในการศึกษา ทดลอง พัฒนา และปรับปรุง
วิธีการปลูกผักที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากป่า และไม่ใช้สารเคมีใดๆในทุกขั้นตอนเลย

โดยเรามีแนวคิดง่ายๆว่า…

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงเริ่มคิดแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเราทำอะไรกันบ้าง?

เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังครับ…

ดินปลูก

เคยเป็นดินที่ชาวบ้านทำเกษตรกรรมและใช้สารเคมีมาก่อน
ซึ่งเราใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการปลูกพืชเพื่อไถกลบหน้าดิน บำรุงดินด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์
จนดินมีความสมดุลก่อนปลูก มีการนำดินไปตรวจรับรองแล้วว่าปลอดภัยไม่มีสารเคมีตกค้าง

ทุกๆรอบการเก็บเกี่ยวผัก จะมีการพักแปลงและตากดิน
ให้อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคสะสม

เมล็ดพันธุ์

การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ของเรา จะต้องเลือกที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัย จากมาตรฐาน IFOM
และผ่านการทดลองปลูกมาแล้วทุกฤดูกาล ว่าเหมาะสมกับพื้นที่สภาพแวดล้อมของเรา
ได้ผลผลิตและรสชาติอย่างที่เราตั้งใจ

ในส่วนของการเพาะกล้า เราก็จะใช้วัสดุปลูกที่มีคุณภาพ
ดูแลและบำรุงเพื่อให้กล้าแข็งแรงพร้อมลงปลูกในเวลาที่เหมาะสม

น้ำ

แหล่งน้ำหลักในพื้นที่ของเรา เป็นน้ำที่ไม่ได้ใช้ร่วมกับชาวบ้าน
อยู่ในเขตพื้นที่ปิด ห่างไกลจากชุมชนและพื้นที่ทำเกษตรกรรมของชาวบ้าน
ซึ่งต้นน้ำ เกิดจากตาน้ำโดยธรรมชาติ มีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน
ด้วยระบบโซล่าร์เซลล์ 
กระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกอย่างทั่วถึง
เราได้มีการนำน้ำไปตรวจสอบหาสิ่งปนเปื้อนอย่างสม่ำเสมอ

การดูแลและบำรุง

การเราที่ต้องการให้ผักเติบโตแข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคและศัตรูพืชจากธรรมชาติได้ดี

สมุนไพร คือ วัตถุดิบจากธรรมชาติชั้นดี ที่หาได้จากในพื้นที่ ที่ใช้ดูแลผักของเราได้
นอกจากนั้นยังมีเศษผักที่เหลือจากการตัดแต่งจากการส่งลูกค้า
หรือพืชผักผลไม้อื่นๆ สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน

” ให้ธรรมชาติ ดูแลธรรมชาติ ” 

โดยทั้งหมด จะถูกนำมาหมักกับจุลินทรีย์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าดีที่สุด
ผ่านกระบวนการการหมัก บ่ม ในเวลาที่เหมาะสม จนเกิดเป็นน้ำหมักจุลินทรีย์สูตรต่างๆ
ที่ใช้ในการบำรุง ดูแล และป้องกันผักของเราทั้งหมด

  • พืชตระกูลถั่ว หน่อกล้วย สาหร่ายน้ำจืด กาแฟ หอยนางรม มูลค้างคาว น้ำมะพร้าว อ้อยสด ฟักทอง ฯลฯ นำมารวมกันสร้างธาติอาหาร N P K สารอาหารสำคัญของผักได้
  • เปลือกมังคุด สามารถใช้ป้องกันเชื้อราต่างๆได้
  • หญ้าดอกขาว รากหญ้าคา ใบสาบเสือ ใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากแบคทีเรียได้
  • เปลือกไข่กับนมสด ช่วยให้ผักหวาน กรอบ ลำต้นอวบอูมโดยธรรมชาติ

นอกจากนั้นเรายังใช้วิธีกลในการจัดการแมลงต่างๆ เช่น ให้พี่เลี้ยงประจำแปลง
หมั่นเดินตรวจและเก็บหนอน ใช้ถุงเหลืองล่อแมลงหรือปลูกพืชที่มีกลิ่นเพื่อล่อแมลง

หากเราได้ดูแลตามขั้นตอนแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
เราจะใช้สารชีวภัณฑ์อินทรีย์ที่ได้รับการรับรองและน่าเชื่อถือว่าปลอดภัยไร้สารเคมี
ในการจัดการให้ทุกอย่างดีขึ้น โดยจะใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้น
และตามที่จำเป็นจริงๆ

พี่เลี้ยงประจำแปลง

พนักงานของเราส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ พื้นฐานครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรรมกันอยู่แล้ว

โดยทั่วไปจะคุ้นเคยกับการใช้ยาฆ่าแมลง เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
และช่วยให้มีผลผลิตเยอะที่สุด เพียงพอสำหรับสร้างรายได้
พวกเขาไม่คุ้นเคยกับการเห็นผักในแปลงเสียหายหรือไม่สามารถเก็บผลผลิตได้

แต่ที่บ้านนาทีแสง เราพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า…
การปลูกผักด้วยวิถีธรรมชาติ สามารถทำให้มีผลผลิตได้ดีไม่แพ้ผักที่ปลูกโดยใช้สารเคมีเช่นกัน
แถมวิธีนี้ ยังดีต่อสุขภาพของพวกเขาอีกด้วย

เพราะเราเชื่อว่า.. ” ถ้าคนปลูกปลอดภัย คนกินก็มั่นใจ “

กว่า 3 ปีที่เราตั้งใจทำกันมา ทั้งทดลองปลูก  กิน แบ่งปันผักจากบ้านนาทีแสง
ให้กับครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก พัฒนาและปรับปรุงจากทุกคำติชม
จนมั่นใจว่าผักของเรามีรสชาติที่ดี สด สะอาด ปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารเคมี 100%
และมีผลผลิตที่เพียงพอ จนเราอยากจะส่งต่อสิ่งดีๆที่ได้ตั้งใจทำให้กับคนอื่นๆ

จึงเกิดเป็นแบรนด์เล็กๆที่มีชื่อว่า…

” ตะกร้าผักบ้านนาทีแสง “

  ไร้สารเคมี 100% ในทุกขั้นตอนการปลูก

  เราตั้งใจปลูกผักด้วยวิถีธรรมชาติจากป่า

  ปลูกเอง ทำเอง ไม่มีการรับผักจากชาวบ้านหรือฟาร์มอื่นมาขายต่อ

  เราเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่

  ส่งตรงจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯทุกสัปดาห์ๆละ 2 ครั้ง

  เรารับประกันเคลมผักให้ฟรีทุกต้น เมื่อเสียหายจากการขนส่ง * (เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย

แอดไลน์เพิ่มเราเป็นเพื่อนหรือเข้าไปดูร้านค้าเพื่อสั่งผัก คลิกที่นี่…

เราส่งผักทุกวัน
สั่งก่อนบ่ายได้ก่อนเย็น เฉพาะกรุงเทพฯ
(ปิดรับออเดอร์ 13.00 น.)
อาจจะมีความล่าช้าหากสภาพอากาศและการจราจรไม่ปกติ

ผักส่งตรงออกจากเชียงรายทุกวันจันทร์และวันพฤหัสฯ
ถึงกรุงเทพเช้าวันอังคารและวันศุกร์ ตามรอบส่ง

ผักทุกต้นจะถูกคัดและตรวจสอบความเรียบร้อย
เพื่อจัดตามออเดอร์ ก่อนจะจัดส่งออกไปยังลูกค้า

เรามีกระบวนการการจัดส่งจากเชียงราย ที่ทำให้ผักสดจนถึงมือคุณ
หากผักเสียหายจากการขนส่ง เรารับประกัน เคลมผักให้ฟรี*
(เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด)

เขตประเวศ 29 บาท
สั่งครบ 600 บาท ส่งฟรี

กรุงเทพฯ (เขตอื่นๆ) 69 บาท
สั่งครบ 800 บาท ส่งฟรี

สมุทรปราการ 89 บาท
สั่งครบ 800 บาท ส่งฟรี

นนทบุรี 109 บาท
สั่งครบ 1,000 บาท ส่งฟรี

ต่างจังหวัด สามารถสอบถามข้อมูลค่าจัดส่งกับทางแอดมินได้เลยครับ
เราจัดส่งด้วยรถห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ มั่นใจได้ว่าผักถึงมือแน่นอน
และหากเสียหายจากการขนส่ง เราก็รับประกัน เคลมผักให้ฟรี เช่นกันครับ*
(เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด)

เนื่องจากเราเป็นฟาร์มปิด ไม่ได้เปิดให้คนภายนอกเข้า
หากลูกค้าสนใจที่จะเข้าไปซื้อผักที่ฟาร์ม แนะนำให้ติดต่อและนัดหมายก่อนเข้าไปครับ

คุณสามารถมารับผักได้ที่ร้าน
Light Minute Home Cafe (ไลท์ มินิท โฮม คาเฟ่)
สามารถแจ้งความต้องการและนัดเวลารับกับทางแอดมินได้เลยครับ

ผักของเรามีวางจำหน่ายที่ร้าน
Light Minute Home Cafe (ไลท์ มินิท โฮม คาเฟ่)
สต็อคผักอัพเดทสดใหม่ทุกวันอังคารและวันศุกร์ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป

พร้อมรับโปรโมชั่นเครื่องดื่มฟรี! 1 แก้ว
***
สำหรับลูกค้าที่สั่งผักตามรอบบนช่องทาง LINE เท่านั้น

รีวิวจากเพื่อนบ้านของเรา

ติดต่อเรา

 

บ้านนาทีแสง เชียงราย
149/9 หมู่ที่ 15 บ้านป่าเมี้ยง ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน
จังหวัดเชียงราย 57110
โทร 080-394-5397

ไลท์ มินิท โฮม คาเฟ่
333 หมู่บ้านไม้ล้อมเรือน ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9
แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทร 091-794-9663

POWERED BY
บริษัท นาทีแสง จำกัด
(สำนักงานใหญ่)
2 ซอยพรีเมียร์ 1 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทร 062-454-1479
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105561050981

Scroll to Top